HERB's Meaning - สมุนไพร ความหมาย

Herb สมุนไพร 

Searched & arranged : Nymph’s LunarCot /ฆรินท์ มิ้น 0891846663, 0813020342, LunarCot@hotmail.com     http://www.LunarCot.Asia   http://www.LunarCot.co.th


สมุนไพร (Medicinal Plant หรือ Herb) กำเนิดจากธรรมชาติและมีความหมายต่อชีวิตมนุษย์โดย เฉพาะในมิติทางสุขภาพ อันหมายถึงทั้งการส่งเสริมสุขภาพ และการรักษาโรค

 

สมุนไพร ตามพระราชบัญญัติ หมายความถึง ยาที่ได้จากพืช สัตว์ และแร่ ซึ่งยังมิได้มีการผสมปรุง แปรรูป แปรสภาพ (ยกเว้นการทำให้แห้ง) เช่น พืชก็ยังคงเป็นส่วนของราก ลำต้น ใบ ดอก ผล ฯลฯ ยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการแปรรูปใดๆ เช่น การหั่น การบด การกลั่น การสกัดแยก รวมทั้งการผสมกับสารอื่นๆ แต่ในทางการค้า สมุนไพรมักจะถูกดัดแปลงในรูปแบบต่างๆ เช่น ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กลง บดให้เป็นผง อัดให้เป็นแท่ง หรือปอกเปลือกออก เป็นต้น เมื่อพูดถึงสมุนไพร คนทั่วๆ ไปมักจะนึกถึงเฉพาะพืชที่นำมาใช้ประโยชน์ในทางยา ทั้งนี้เพราะ สัตว์ และแร่มีการใช้น้อย จะใช้เฉพาะในโรคบางชนิดเท่านั้น

 

สมุนไพร พจนานุกรม สมุน-การรักษา ไพร-ป่า ได้คำที่หมายความว่า การรักษาที่ได้จากป่า เนื่องจากสมัยก่อน ป่าไม้เมืองไทยยังสมบูรณ์ ป่ายังเป็นป่า มีของป่ามากมาย และสมุนไพรมีมากตามจำนวนของป่า

 

เมื่อกล่าวถึงพฤกษานานาพันธุ์ของเมืองไทยจะพบว่า มีทั้งความงดงามด้วยสีสันเจริญตา เจริญใจ และกลิ่นหอมตลบอบอวล ใช่แต่เท่านั้นยังมีอีกหลายพันธุ์พืชที่นำมาประกอบเป็นอาหาร และมีไม่น้อยทีมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรค คุณค่าของพันธุ์พืชเหล่านั้นเป็นที่รู้จักกันมานานแล้วว่า สมุนไพร ซึ่งแต่ละอย่างแต่ละชนิดมีคุณลักษณะเฉพาะ แต่ถ้านำมาประยุกต์ผสมผสานให้เหมาะและถูกต้องตามวิธีการแล้ว การใช้สมุนไพรอันเป็นธรรมชาติบำบัด ก็จะสอดคล้องกับสภาวะความเป็นอยู่ของสังคมไทย หรือแม้แต่ในวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ไปอีกนานเท่านาน

 

ประโยชน์ของสมุนไพรมีมากมาย หาได้ง่าย ถ้ารู้จักคุณประโยชน์ของแต่ละชนิด เพราะคุณสมบัติทางยาที่ได้จากสมุนไพรไม่มีการสะสมในร่างกาย ถ้าใช้ให้ถูกหลัก จะไม่มีผลข้างเคียง  แม้ว่าบางชนิดอาจจะทำให้เกิดการแพ้หรือผลข้างเคียงบ้าง แต่ก็เป็นเพียงอาการเล็กน้อย เช่น ไม่อยากอาหาร เหงื่อออกมาก มึนศีรษะ ซึ่งซักพักอาการแพ้ก็จะหายไปเองตามธรรมชาติ ไม่มีอาการร้ายแรง ยกเว้นจะไปรับประทานพืชที่มีพิษซึ่งอาจจะมีอันตรายถึงชีวิต  เมื่อเทียบกับการแพ้ยาแผนปัจจุบันซึ่งมีส่วนผสมของเคมี ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นพิการและเสียชีวิต

 

สมุนไพรบางชนิด มีลำต้นและดอกสวย จึงปลูกเป็นไม้ดอกหรือไม้ประดับ ก็ได้ นอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว ยังให้ประโยชน์ เป็นยาประจำบ้านได้อีกด้วย นี่คือประโยชน์ ที่ไม่อาจมองข้ามได้ของสมุนไพร ซึ่งถ้าเราลืมไป สมุนไพรอาจจะหายสาปสูญไปจากสังคมไทยตามกาลเวลาก็เป็นได้


สมุนไพร  คืออะไร?

             คำว่า "สมุนไพร (herbs)"  มีคำจำกัดความได้หลายอย่าง  ขึ้นกับว่าใช้กับเนื้อหาอย่างไร  ทางด้านพฤกษศาสตร์  HERBS หมายถึงพืชมีเมล็ดที่ไม่มีแก่นไม้ (nonwoody)  และตายเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลเพาะปลูก  ทางด้านอาหาร  HERBS หมายถึงเครื่องเทศหรือผักที่ใช้แต่งรสหรือกลิ่นอาหาร  แต่ทางด้านยา HERBS มีความหมายที่เฉพาะเจาะจง  คำจำกัดความที่ถูกต้องที่สุดของ  HERBS คือ ยาที่มาจากพืช  ใช้รักษาโรคซึ่งมักเป็นโรคเรื้อรังหรือเพื่อทำให้/บำรุงรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

            ด้านกฎหมายสมุนไพรยังจัดเป็นกลุ่มพิเศษ  คือ กลุ่มอาหาร และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  หากสมุนไพรใช้เพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการโรค  หรือใช้เสริมสุขภาพ (เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยหรือป้องกันโรค)  จะจัดเป็นยา  อย่างไรก็ดีมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรจำนวนหนึ่งที่เป็นยาหรืออาหารหรือเป็นทั้งยาและอาหาร  ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้ใช้  ตัวอย่างเช่น  กระเทียม  หากใช้เพื่อแต่งกลิ่นและรสอาหาร  กรณีนี้ชัดเจนว่า  กระเทียมเป็นอาหาร  เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์กระเทียมควบคุมความดันโลหิตหรือระดับโคเลสเตอรอลที่สูง  กรณีนี้กระเทียมจัดเป็นยา (ในประเทศเยอรมนี)  และจัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ในสหรัฐอเมริกา)  จึงเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคบางรายใช้กระเทียมเป็นทั้งอาหารและยาในเวลาเดียวกัน  ชาวอเมริกันดื่มน้ำพรุนเป็นเครื่องดื่มยามเช้า และเป็นยาระบาย

 

ประโยชน์ของสมุนไพร คือ

          1. ใช้เป็นยาบำบัดรักษาโรค

          2. ใช้เป็นอาหาร

          3. ใช้เป็นเครื่องสำอางค์

          4. ใช้เป็นอาหารเสริมบำรุงร่างกาย

          5. ใช้ขับสารพิษ

          6. ใช้เป็นเครื่องดื่ม

          7. ช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ

 

Herb 

         n 1: a plant lacking a permanent woody stem; many are flowering

           garden plants or potherbs; some having medicinal properties; some are pests [syn: {herbaceous plant}]

         2: aromatic potherb used in cookery for its savory qualities

 

         Herbal is  A collection of specimens of plants, dried and preserved; a hortus siccus; an herbarium.

       Of or relating to herbs; "herbal tea, herbal medicine"

 

The herb is used extensively in the Caribbean and in Asia particularly in India and Korea. It is used mainly as a seasoning in the preparation of a range of foods, including vegetable and meat dishes, chutneys, preserves, sauces, and snacks. Although used in small quantities, its pungent unique aroma gives the characteristic flavor to the dishes in which it is incorporated and this is responsible for its increasing demand among ethnic populations.  The herb is also commonly found along moist or shaded pathways and near cultivated areas. 


สมุนไพร (ข้อมูลจากเวปไซด์อื่นๆ)

 

ประวัติของการใช้สมุนไพร

          สมุนไพร คือของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้กับมวลมนุษยชาติ มนุษย์รู้จักใช้สมุนไพรในด้านการบำบัดรักษาโรค นับแต่ยุคนีแอนเดอร์ทัล ในประเทศอิรักปัจจุบัน ที่หลุมฝังศพพบว่ามีการใช้สมุนไพร

          หลายพันปีมาแล้วที่ชาวอินเดียแดงในเม็กซิโก ใช้ต้นตะบองเพชร(Peyate) เป็นยาฆ่าเชื้อและรักษาบาดแผล ปัจจุบันพบว่า ตะบองเพชรมีฤทธิ์กล่อมประสาท

          ประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ที่ชาวสุเมเรียนได้เข้ามาตั้งรกราก ณ บริเวณแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติสปัจจุบัน คือ ประเทศอิรัก ใช้สมุนไพร เช่น ฝิ่น ชะเอม ไทม์ และมัสตาร์ด และต่อมาชาวบาบิโลเนียน ใช้สมุนไพรเพิ่มเติมจากชาวสุเมเรียน ได้แก่ใบมะขามแขก หญ้าฝรั่น ลูกผักชี อบเชย และกระเทียม

          ในยุคต่อมาอียิปต์โบราณมี อิมโฮเทป แพทย์ผู้มีชื่อเสียงซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งการรักษาโรคของอียิปต์ มีตำราสมุนไพรที่เก่าแก่ คือ Papytus Ebers ซึ่งเขียนเมื่อ 1,600 ปี ก่อนคริสตศักราช ซึ่งค้นพบโดยนักอียิปต์วิทยาชาวเยอรมันนี ชื่อ Georg Ebers ในตำรานี้ได้กล่าวถึงตำราสมุนไพรมากกว่า 800 ตำรับ และสมุนไพรมากกว่า 700 ชนิด เช่น ว่านหางจระเข้ เวอร์มวูด(warmwood) เปปเปอร์มินต์ เฮนเบน(henbane) มดยอบ, hemp dagbane ละหุ่ง mandrake เป็นต้น รูปแบบในการเตรียมยาในสมัยนั้น ได้แก่ การต้ม การชง ทำเป็นผง กลั่นเป็นเม็ด ทำเป็นยาพอก เป็นขี้ผึ้ง

          นอกจากนี้ยังพบว่าชาติต่างๆ ในแถบยุโรปและแอฟริกา มีหลักฐานการใช้สมุนไพร ตามลำดับก่อนหลังของการเริ่มใช้สมุนไพร คือ หลังจากสมุนไพรได้เจริญรุ่งเรืองในอียิปต์แล้ว ก็ได้มีการสืบทอดกันมา เช่น กรีก โรมัน อาหรับ อิรัก เยอรมัน โปรตุเกส สวีเดน และโปแลนด์

          ในแถบเอเซีย ตามบันทึกประวัติศาสตร์พบว่ามีการใช้สมุนไพรที่อินเดียก่อน แล้วสืบทอดมาที่จีน มะละกา และประเทศไทย


 

ประวัติการใช้สมุนไพรในประเทศไทย

          ประเทศไทยมีภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญงอกงามของพืชนานาชนิด โดยเฉพาะพืชสมุนไพรมีอยู่มากมายเป็นแสนๆ ชนิด ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและจากการเพาะปลูก บางชนิดก็ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยาแผนปัจจุบัน สมุนไพรหลายชนิด ถูกนำมาใช้ในรูปของยากลางบ้าน ยาแผนโบราณ รากฐานของวิชาสมุนไพรไทยได้รับอิทธิพลจากประเทศอินเดียเป็นส่วนใหญ่ เพราะตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชาติไทยได้อพยพถิ่นฐานมาจากบริเวณเทือกเขาอัลไตน์ประเทศจีน มาจนถึงประเทศไทยในปัจจุบัน จึงมีส่วนได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา ตลอดจนการบำบัดรักษาโรคจากประเทศอินเดียเป็นจำนวนมาก ซึ่งปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าได้อาศัยคัมภีร์อายุรเวทของอินเดียเป็นบรรทัดฐาน คือ การวินิจฉัยโรค  ชื่อสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคมีเค้าชื่อของภาษาบาลีสันสกฤตอยู่ไม่น้อย เช่นคำว่า มะลิ (ภาษาสันสกฤตว่า มัลลิ) เป็นต้น

          มีผู้ประมาณว่าในแต่ละปีมีผู้ใช้สมุนไพรในประเทศเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท (สมุนไพรเหล่านี้ได้มาจากทั้งในประเทศ และนำเข้าจากนอกประเทศโดยเฉพาะ จีน เกาหลี และอินเดีย) ทั้งนี้เนื่องจากป่าไม้ถูกทำลาย ทำให้ต้องมีการรณรงค์ให้มีการปลูกเป็นสวนสมุนไพรขึ้น ในปีพุทธศักราช 1800 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งนับเป็นยุคทองของสมุนไพรไทย สวนป่าสมุนไพรของพระองค์ใหญ่โตมากอยู่บนยอดเขาคีรีมาศ อ.คีรีมาส จ.สุโขทัย มีเนื้อที่หลายร้อยไร่ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ เป็นป่าสงวนเพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าของผู้ที่สนใจ

          ต่อมาในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเห็นว่าสมุนไพรเป็นทั้งยาและอาหาร ประจำครอบครัว ชาติจะเจริญมั่นคงได้ก็ด้วยครอบครัวเล็กๆ ที่มีความมั่นคงแข็งแรง มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ทั้งทางกายและจิตใจ จึงทรงมีพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินโครงการตามพระราชดำริ สวนสมุนไพรขึ้นในประเทศ ในปีพุทธศักราช 2522 โดยทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการรวบรวมศึกษาค้นคว้า ในเรื่องเกี่ยวกับสมุนไพรทุกด้าน เช่น ด้านวิชาการทางชีววิทยา ทางการแพทย์ การบำบัด การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะพืชที่เป็นประโยชน์ก่อให้เกิดโครงการพระราชดำริ สวนป่าสมุนไพรขึ้นมากมายหลายแหล่ง อีกทั้งยังมีการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อหาสาระสำคัญของสมุนไพรที่มีพิษ ทางเภสัชมาสกัดเป็นยาแทนยาสังเคราะห์ที่ใช้กันในปัจจุบัน

          คนไทยไม่เพียงแต่ใช้พืชสมุนไพรเป็นยารักษาโรคเท่านั้น แต่ได้นำมาดัดแปลงเพื่อบริโภคในรูปของอาหาร และเครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะ "สมุนไพรที่นำมาใช้เป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ"

         ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยนั้นมีรากฐานมานานนับร้อยนับพันปี อารยธรรมต่างๆ ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ในการแสดงถึงชาติ แสดงถึงเผ่าพันธุ์ และความเป็นผู้ที่เจริญแล้ว สิ่งหนึ่งที่แสดงออกมาได้เป็นอย่างดีก็คือ ศิลปะที่ผสมผสานและผูกพันอยู่ในการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยนั่นเอง ศิลปะดังกล่าวนี้รวมไปถึงเรื่องการกินอยู่ด้วยอาทิ เช่น การจัดตั้งสำรับ และการประกอบจัดอาหาร ก็ไม่เพียงเพื่อความอร่อยลิ้นอย่างวิเศษเพียงประการเดียว  ยังมีความสวยงามในการจัดแต่งเป็นองค์ประกอบของอาหารให้งามตายิ่งขึ้นไปอีก  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เครื่องดื่มของไทยนั้นจะแฝงไว้ด้วยเจตนารมณ์ให้ผู้ดื่มได้ซึมซับทั้งรสชาติและคุณประโยชน์ไปพร้อมๆ  กันอย่างชาญฉลาด

          หากจะสืบสาวถึงความเป็นมาของเครื่องดื่มสมุนไพรก็มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยพุทธกาล มีน้ำชนิดหนึ่งเรียกว่า "อัชบาล" หรือ น้ำปานะ ซึ่งพระสงฆ์สามารถฉันน้ำชนิดนี้ได้ตลอดทั้งวันแทนการขบเคี้ยวอาหารหลังมื้อเพลตามบัญญัติของพุทธศาสนา น้ำปานะนี้ใช้สมุนไพร หรือพืชผลชนิดที่มีความเผ็ดร้อน เช่น ขิง ข่า กระทือ ตะไคร้ เป็นต้น ต้มในน้ำร้อนและผสมน้ำตาลทรายแดงให้พอมีรสปะแล่มๆ  ซึ่งต่อมานิยมดื่มกันแพร่หลายมาถึงฆราวาสด้วย

 

สมุนไพร กับ ระบบภูมิป้องกันในร่างกาย

       หากไม่พูดถึงเรื่องระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในยุคนี้ก็ไม่รู้จะไปพูดถึงอีกเมื่อไร ไม่ว่าจะเป็นโรค SARS หรือไข้หวัดนกที่ออกมาอาละวาดกันให้เห็นเป็นครั้งคราวล้วนแต่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันทั้งสิ้น เชื่อกันว่าถ้าภูมิคุ้มกันของร่างกายสมบูรณ์โอกาสที่จะเป็นโรคภัยไข้เจ็บจากการติดเชื้อก็แทบจะไม่มีเลย วิธีการสร้างภูมิคุ้มกันมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารให้ครบหมู่ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ และอีกมากมายหลายวิธี การใช้สมุนไพรก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ หากใช้ให้ถูกชนิดและถูกวิธี 

Visitors: 38,803